Categories
ประวัตินักสนุ้กเกอร์ต่างประเทศ หน้าแรก

จัดด์ ทรัมป์ ประวัติของเขาในวงการนักสอยคิวระดับโลก

จัดด์ ทรัมป์ ชื่ออังกฤษ Judd Trump ประวัติการเกิดของทรัมป์เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1989 ในบริสตอล เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพ

จัดด์ ทรัมป์ ชื่ออังกฤษ Judd Trump ประวัติการเกิดของทรัมป์เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1989 ในบริสตอล เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษ เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในการแข่งขันเยาวชน ก่อนที่จะเทิร์นเป็นนักสนุกเกอร์อาชีพในปี 2005 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2011

หนุ่มน้อยหน้าตาดี จากอังกฤษ ที่ชื่อ ทรัมป์ ผู้คลั่งไคล้กีฬาสอยคิวไม่แพ้ผู้อื่น ที่บ้านของเขานั้นไม่ได้มีอะไรมากมายหรือพิเศษอะไรชีวิตในวัยเยาว์ก็ไม่ได้แตกต่างจากเด็กคนอื่นในเมืองผู้ดีเลย พ่อของทรัมป์มีอาชีพรับจ้างขับรถบรรทุก ส่วนคูณแม่รับจ้างทำเกี่ยวกับพวกอาหาร ทรัมป์คนที่มีนิสัยขี้อายพูดไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่เมื่อเขาอายุได้ประมาณ 3 ขวบ พ่อของเขาได้ชื้อโต้ะสนุ้กเกอร์ขนาดเล็กให้ ชีวิตของทรัมป์ก็ได้เปลี่ยนไปแทนที่จะไปเล่นกีฬาประเภทอื่นเหมือนเด็กคนอื่น อย่างเช่นเล่นกีฬาฟุตบอล ทรัมป์กลับหลงไหลและชอบเล่นกีฬาสนุกเกอร์อย่างงมงาย

จัดด์ ทรัมป์ ได้เฉิดฉายในวงการนักสอยคิวได้อย่างไร

ทรัมป์ได้ลงแข่งขันครั้งแรกเพียงอายุแค่ประมาณ 6 ขวบ พอตอนอายุครบ 9 ขวบเขาก็ได้รับสปอนเซอร์สนับสนุนเป็นครั้งแรก ในเวลาขณะนั้นเองเขาได้รับเชิญจาก เวิลด์ สนุ้กเก้อ (world snooker)ซึ่งเห็นแววของจัดด์ ทรัมป์ ซึ่งให้เขาไปพบกับไอดอลของเขาที่กำลังลงแข่งขันรายการเวลซ์ โอเพ่น ซึ่งก็คือ รอนนี โอซุลลิแวน กับประวัติของเขา นั่นเอง

เมื่ออายุถึง 10 ขวบเขาก้ได้คว้าแชมป์เยาวชนนานาชาติรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปี มาครองได้เป็นที่สำเร็จ และมาในตอนอายุ 13 ขวบเขาได้สร้างปรากฏการณ์ไปทั่วเกาะอังกฤษ เขาได้คว่ำอดีตมือ 6 ของโลกอย่าง ไมค์ ฮาร์เล้ตต์

เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพในปี 2005 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2011 ทรัมป์ได้แชมป์รายการเก็บคะแนนครั้งแรกโดยเอาชนะมาร์ก เซลบี 10–8 ในรอบสุดท้ายในไชนาโอเพน หลังจากประสบความสำเร็จในประเทศจีน เขาได้มาถึงรอบสุดท้ายในเวิลด์สนุกเกอร์แชมเปียนชิปปี 2011 ซึ่งเขาได้พ่ายแพ้ให้กับ จอห์น ฮิกกินส์ และได้แชมป์ในเวิลด์สนุกเกอร์แชมเปียนชิปปี 2011 ซึ่งเอาชนะมาร์ก อัลเลน ด้วย 10–8 เฟรมในรอบสุดท้าย

ทรัมป์ เขาได้สร้างสถิติใหม่ให้วงการสนุกเกอร์ ด้วยการคว้าแชมป์แรงกิ้ง 6 รายการภายใน 1 ฤดูกาล ด้วยการปราบไคเรน วิลสัน ไปแบบหอบหืด 4 ต่อ 3 เฟรม คว้าแชมป์รายการยิบรอลต้าร์ 2020 ซึ่งก่อนหน้านี้ มีคนที่คว้าแชมป์ 5 รายการ ใน 1ฤดูกาล มี สตีเฟ่น เฮนดรี้  ติง จุ้นฮุย  มาร์ก เซลบี กับประวัติความเป็นมา และรอนนี่ โอซุลลิแวน มีเพียง 4 คนเท่านั้น ด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของเขาก็ทำให้เขาได้ทำสถิติใหม่ที่หน้าทึ่งขึ้นมาในวงการนักสอยคิวระดับโลก

Categories
ประวัตินักสนุ้กเกอร์ในประเทศไทย หน้าแรก

เทพไชยา อุ่นหนู กับประวัติของเขา

เทพไชยา อุ่นหนู หรือ เอฟ นครนายก ชื่อเล่น เอฟ ประวัติเกิดของเขาเกิดวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2528 เป็นนักสนุกเกอร์ระดับอาชีพชาวไทย

เทพไชยา อุ่นหนู หรือ เอฟ นครนายก ชื่อเล่น เอฟ ประวัติเกิดของเขาเกิดวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2528 เป็นนักสนุกเกอร์ระดับอาชีพชาวไทย เทพไชยาเป็นนักสนุกเกอร์ไทยรายที่ 5 ที่สามารถผ่านเข้ารอบ 32 คนสุดท้ายรายการเวิลด์สนุกเกอร์แชมเปียนชิปได้ไปเล่นในครูซิเบิ้ลเธียเตอร์ได้สำเร็จ ต่อจาก “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” (รัชพล ภู่โอบอ้อม) “ต่าย พิจิตร” (ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์) “แจ๊ค สระบุรี” (เดชาวัต พุ่มแจ้ง) และ “หมู ปากน้ำ” (นพพล แสงคำ)

เขาได้รับการเสนอจากประเทศไทยเข้าสู่การแข่งขันทัวร์สนุกเกอร์สำหรับฤดูกาล 2012/2013  ในฐานะผู้เล่นคนใหม่ในการแข่งซึ่งเขาต้องการที่จะชนะในสี่นัดเพื่อเข้าสู่เวทีหลักของการจัดอันดับ โดยเทพไชยา อุ่นหนู เป็นฝ่ายแพ้ในรอบคัดเลือกรอบที่สาม ซึ่งเขาได้อันดับสามในการจัดสี่อันดับของฤดูกาลเป็นครั้งแรก

ในเดือนกันยายน ได้มีการประกาศว่าการแข่งของเขาในรายการเพลเยอร์ทัวร์แชมเปียนชิพ – อีเวนต์ 3 เมื่อครั้งที่พบกับสตีฟ เดวิส ได้ตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบอันเนื่องมาจากรูปแบบของการพนันที่ผิดปกติของเขาเข้าสู่การแข่งขันในฤดูกาล 2009/10 โดยเป็นผู้ชนะการแข่งสนุกเกอร์ชิงแชมป์สมัครเล่นโลก 2008 แล้วเขาก็ได้ลดตัวออกจากทัวร์ดังกล่าวหลังจากแข่งขันไปเพียงฤดูกาลเดียว

ปีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของ เทพไชยา อุ่นหนู

โดยในนัดชิงนักสนุกเกอร์มือ 53 ของโลก ดวลกับ ไมเคิล โฮลท์ ในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการแข่งแบบเฟรมเดียวน็อกเอาท์ 10 นาที และผลปรากฏว่า เอฟ นครนายก เอาชนะไปได้แบบขาดลอย 74-0 แต้ม ทำให้เขาได้แชมป์รายการนิ้ และเป็นแชมป์ที่เอฟรอคอยมานานพอสมควร ทั้งเงินรางวัลที่จะทำให้ดำเนินการแข่งขันต่อ และได้เกียรติยศชื่อเสียงกับประเทศ

ผลงานการคว้าแชมป์สนุกเกอร์ชูตเอาท์ 2019 ได้ทำให้ เทพไชยา อุ่นหนู คว้าเงินรางวัลไปทั้งสิ้น 34,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1,400,000 บาท แบ่งเป็นเงินรางวัลสำหรับตำแหน่งแชมป์ 32,000 ปอนด์ และเงินรางวัลสำหรับเบรกสูงสุดอีก 2,000 ปอนด์ พร้อมกับทำให้อันดับโลกของเขา ขยับดีขึ้นถึง 13 อันดับ จากอันดับ 54 ของโลก ขึ้นมารั้งอันดับ 41 ของโลก

จากการคว้าแชมป์รายการนี้ส่งผลให้ เทพไชยา สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักสอยคิวไทยคนที่ 2 ต่อจาก รัชพล ภู่โอบอ้อม หรือ ต๋อง ศิษย์ฉ่อย ที่เคยได้แชมป์รายการนี้ เมื่อปี 1995 นอกจากนั้นเจ้าตัวยังได้ทำลายสถิติเซนจูรีเบรกสูงสุดของรายการนี้ ด้วยการทำไปได้ 139 คะแนน และค่าเฉลี่ยต่อช็อต 10.4 วินาที ในเกมรอบรองชนะเลิศที่พบกับ เจมี คลาร์ก ทำให้ เอฟ นครนายก ทั้งนี้ เว็บไซต์เวิลด์สนุ๊กเกอร์ ยังได้ให้ฉายากับ เอฟ ว่าเป็น Speed King หรือ ราชาแห่งความเร็วด้วย

ภายหลังจาก “เอฟ นครนายก” เทพไชยา อุ่นหนู คว้ารองแชมป์รายการสะสมคะแนนโลก “เวิลด์ โอเพ่น” The 2019 Yushan World Open ที่หยู่ฉวน นัมเบอร์วันมิดเดิ้ล สคูล ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จากผลงานพ่าย “เพชฌฆาตปืนกล” จัดด์ ทรัมป์ นักสอยคิวมือ 1 โลกชาวอังกฤษ 10-5 เฟรม นอกจากเงินรางวับที่ได้รับแล้ว “เอฟ นครนายก” ยังเก็บคะแนนสะสม เพิ่มอีก 75,000 คะแนน พร้อมขยับจากอันดับ 37 ของโลก ไปติดอันดับที่ 22 ของโลก

อ่านเพิ่มเติมคลิก ประวัตินักสนุ้กเกอร์ในประเทศไทย

Categories
ประวัตินักสนุ้กเกอร์ต่างประเทศ หน้าแรก

มาร์ก เซลบี กับประวัติความเป็นมา

มาร์ก เซลบี หรือ มาร์ก แอนโทนี เซลบี ( Mark Anthony Selby) เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1983 เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษจากเมื่องเลสเตอร์

มาร์ก เซลบี หรือ มาร์ก แอนโทนี เซลบี ( Mark Anthony Selby) เกิดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1983 เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษจากเมื่องเลสเตอร์

เซลบี เข้ามาเล่นสนุกเกอร์สายอาชีพในปี 1999 ตอนอายุ 16 ปี โดยได้เล่นในรายการยูเคแชเลนจ์ทัวร์ในปี หนึ่งเก้าเก้าแปด ในปี สองพันเจ็ด เขาได้รองแชมป์โดยแพ้ให้กับ จอห์น ฮิกกินส์ในเวิลด์สนุกเกอร์แชมเปียนชิป ต่อมาได้คว้าแชมป์รายการมาสเตอส์ถึงสามครั้งในปี สองพันแปด ปี สองพันสิบ และ ปี 2013 รายการยูเคแชมเปียนชิปในปี สองพันสิบสอง และ รายการเวิลด์แชมเปียนชิป ปี สองพันสิบสี่ เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่เก้าที่ได้ทริปเปิลคราวน์ รวมทั้งรายการอื่นที่เขาชนะได้แก่ เวลส์โอเพนในปี 2008 เซี่ยงไฮ้มาสเตอส์ ในปี สองพันสิบเอ็ด เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้เล่นที่เหนียว เซลบียังเป็นผู้เล่นที่เข้าเบรกดีและรวมเซนจูรีเบรกได้มากกว่า 350 ครั้งในอาชีพของเขา ฉายา “เดอะเจสเตอร์ฟรอมเลสเตอร์” (The Jester from Leicester) ได้ตั้งฉายาให้กับพิธีกรสนุกเกอร์ ริชาร์ด เบียร์ (Richard Beare)

เซลบียังเป็นนักเล่นพูลและได้แชมป์เวิลด์เอทบอล (world eight-ball champions) ในปี 2006 เป็นนักสนุ้กที่เก่งในหลายด้าน การเล่นของเชลบี้ไม่ว่าจะเจอกับใครเขาจะเล่นอย่างละเอียดมาก ใครที่นั่งดูก้รุ้สึกอึอัดแทนเพราะเขามีการเล่นที่สุขุม ไม่มีการเล่นผลีผลาม การเล่นแบบนี้ทำให้เขานำแชมป์ในระยะหลังกลับไปได้มากมายเยอะแยะ มีทั้งรายการเก็บคะแนนสะสมหรือรายการล่าเงินรางวัล

แต่ความนิยมในการดูตัวเขานั้นกลับน้อย มาร์ค วิลเลียมส์ หรือ จัดทัรมป์ มีการเล่นที่สุดแสนเล้าใจกว่า เห็นหลุมไม่ได้  หรือเมื่อคะแนนขาดก็แทงโชว์คนดู จึงไม่แปลกที่มาร์ก เชลบี จะไม่ได้รับความนิยมจากแฟนๆนักสอยคิว เมื่อเทียบกับนักสอยคิวที่ฮอตๆหลายคน เคยมีการสำรวจจากสื่อมวลชนมีอดีตแชมป์โลกคนไหนที่แฟนๆไม่ค่อยจะปลื้มผลออกมาคือ ปีเตอร์ เอ็บดอน และก็มีมาร์ก เชลบี ที่เหล่าแฟนๆค่อยจะเชียสักเท่าไหร่ แต่การเล่นแบบนี้ของเขาก็สร้างชื่อให้เขา

การก้าวกระโดดและความสามารถของ มาร์ก เซลบี

จุดกระโดดที่สำคัญเกิดขึ้นในปี สองพันสาม หลังเก็บตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว เซลบีก็โชว์ฟอร์มเก่งในรายการ Scottish open ไล่แทงทั้ง พอล ฮันเตอร์ เดวิด เกรย์ แททธิว สตีเว่นส์ อลิส คาร์เตอร์ นักสนุ้กเก้อร์ชาติเดียวกันในรอบชิงชนะเลิศไปแบบสูสี 9-7 เฟรม ซึ่งฟอร์มการเล่นในปีนั้นทำให้เซล บี้ ขยับตัวเองมาอยู่ที่มือวางที่ 32 ในชีวิตของเขา และต่อจากนั้นในปี สองพันเจ็ด เซลบี้ก้แจ้งเกิดได้สำเร็จ ทำให้ทั้งโลกรู้ว่าเขาไม่ใช่ดาวรุ่งอีกต่อไป สามารถเอาชนะมือต้นของโลกในตอนนั้น อย่าง สตีเฟ่น ลี ไปแบบสนุกเลยทีเดียว เขาจึงทะลุไปในรอบชิงชนะเลิศที่ครูชิเบิลเธียเตอร์ได้เป็นครั้งแรก เจอกับ จอห์น ฮิกกินส์ ที่ช่วงนั้นสดมากๆ ฮิกกินส์ได้ทำคะแนนนำเซลบี้ไปก่อนสิบสองต่อสี่ในเชสชั่นแรก แต่เชสชั่นที่สองเซลบี้ได้โชว์ฟอร์มเทพ กลับมาได้อย่างงดงาม สิบสองต่อสิบ เฟรม แต่ฮิกกินส์ก็ทำสกอร์นำไปอีก 18-3 เฟรม ทำให้เอาชนะไปได้ทำให้คว้าแชมป์โลกสมัยที่สองไปได้  อย่างน้อยเซลบีจะพลาดแชมป์แต่เซลบี้ก้ทำให้ตัวเองขยับตัวเองไปในมือวางอันดับท้อปๆของโลกที่ 16 ของโลกได้เรียบร้อย

ในปี สองพันสิบสี่ เซลบี้ได้แชมป์โลกหน้าใหม่ได้สำเร็จเมื่อจัดการเผด็จศึกเจอ ไมเคิล ไวท์ ที่ตอนนั้นยังป็นดาวรุ่งหน้าใหม่ไปอย่างหวาดเสียว สิบต่อเก้า เฟรม ในรอบแรก และชนะ อลส คอร์เตอร์ ในรอบสอง ชนะ อลัน แม้กมานัส ในรอบสาม และมาชนะ รอนนี่ โอชุลลิแวน

ผู้ที่เป็นมือต้นในตอนนั้นและเป็นป้อปปลูล่าในตอนนั้น ไปอย่างเหนือความคาดหมายไป สิบแปดต่อสิบสี่ เฟรม คว้าแชมป์โลกไปอย่างช็อคโลก

Categories
ประวัตินักสนุ้กเกอร์ต่างประเทศ หน้าแรก

รอนนี โอซุลลิแวน กับประวัติของเขา

รอนนี โอซุลลิแวน (Ronnie O'Sullivan)  หรือ รอนัลด์ แอนโทนีโอ โอซุลลิแวน เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1975 เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษจากเมืองชิกเวล

รอนนี โอซุลลิแวน (Ronnie O’Sullivan)  หรือ Ronald Antonio O’Sullivan ประวัติของเขาเกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1975 เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษจากเมืองชิกเวล เอสเซกซ์ เขาเป็นที่รู้จักในสไตล์การแทงเร็ว ทั้งมีอารมณ์ศิลปิน มีความเป็นตัวเองสูงและการแทงแต่ละลูกของเขาเด็ดขาดสุดๆ เขาได้เดินสายอาชีพมาเป็นเวลานาน แล้วพร้อมจะแขวนคิวในอนาคต

ประวัติความเป็นมาของ รอนนี โอซุลลิแวน

รอนนีเริ่มเล่นอาชีพในปี ค.ศ.หนึ่งเก้าเก้าสอง และสามารถคว้าแชมป์รายการ ยูเคแชมเปียนชิป ได้ในปี ค.ศ.1993 โดยการเอาชนะสตีเฟน เฮนดรีนักสนุกเกอร์มือวางอันดับ 1 ของโลกในขณะนั้น ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ด้วยวัยเพียง 17 ปีกับอีก 358 วัน ทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับตามองในวงการสนุกเกอร์อาชีพ ซึ่งในปีนั้นเขาก็คว้าแชมป์รายการบริติชโอเพน (British Open) ได้อีกหนึ่งรายการด้วย และเมื่อจบฤดูกาล คะแนนอันดับโลกของเขาในปีนั้นก็ขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก

เขาเริ่มต้นแข่งขันในปี 1996 ด้วยการคว้าแชมป์รายการ เอเชียนคลาสสิก โดยเอาชนะไบรอัน มอร์แกน (Brian Morgan) ไปแบบหวุดหวิด 9-8 เฟรม และสามารถคว้าแชมป์รายการที่ 2 ของฤดูกาลนี้คือรายการเยอร์มันโอเพน โดยเอาชนะ อแล็ง โรบิดูซ์ (Alain Robidoux) ไปได้ 9-7 เฟรม และในการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกปีนี้

เขาสามารถทำ แม็กซิมัมเบรก ในการแข่งขันรอบแรกกับ มิก ไพรซ์ (Mick Price) ซึ่งเป็นการทำแม็กซิมัมเบรกที่เร็วที่สุดในโลก คือใช้เวลาทั้งหมด 5 นาทีกับอีก 20 วินาที แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับรายการชิงแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ เขาก็ไปได้เพียงรอบที่ 2 โดยพ่ายแพ้ใหกับแดร์เรน มอร์แกน (Darren Morgan) ไป 12-13 เฟรม

ในฤดูกาลแข่งขันปี 1995/96 รอนนีคว้าแชมป์รายการเดอะมาสเตอส์ ซึ่งเป็นรายการชิงเงินรางวัลที่ใหญ่ที่สุดโดยการเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ (John Higgins) ไปได้ 9-3 เฟรม

Rohny คว้าแชมป์รายการเดอะมาสเตอส์ ในฤดูกาลแข่งขันปี หนึ่งเก้าเก้าห้า ซึ่งเป็นรายการชิงเงินรางวัลที่ใหญ่ที่สุดโดยการเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ (John Higgins) ไปได้ 9-3 เฟรม แต่ในส่วนของผลงานของรายการอาชีพเก็บคะแนนของฤดูกาลแข่งขันปีนี้ รอนนีมีผลงานที่ไม่ดีนักเพราะตกรอบแรกไปถึง 5 รายการจากทั้งหมด 10 รายการ

การชิงแชมป์โลกปีนี้ รอนนี่ถูกสมาคมสนุกเกอร์อาชีพโลกปรับเงิน 10,000 ปอนด์ เนื่องจากถูก อแล็ง โรบิดูซ์ (Alain Robidoux) กล่าวหาว่ารอนนีนั้นใช้วิธีการเล่นที่ไม่สุภาพกับเขา โดยในการแข่งขันนัดนั้น รอนนีผลัดกันใช้มือขวาและมือซ้ายในการแทงลูก

ซึ่งในเวลาต่อมารอนนีต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามในรายการชิงแชมป์โลกปีนี้ เขาสามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ โดยในรอบรองชนะเลิศ เขาพ่ายแพ้ให้กับ ปีเตอร์ เอบดอน (Peter Ebdon) ไป 14-16 เฟรม จบท้ายฤดูกาลนั้นด้วยอันดับที่ 8 ของโลก

สำหรับการแข่งขันในช่วงนี้เป็นฤดูกาลที่รอนนีรอคอย เมื่อเขาสามารถคว้ารายการชิงแชมป์โลกได้สำเร็จเป็นคนแรกโดยเขาเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ (John Higgins) ไปได้ 18-14 เฟรม และจบฤดูกาลปีนี้ไปด้วยอันดับที่ 2 ของโลก และในปี สองพันสอง เขาก็สามารถก้าวไปถึงมือวางอันดับ 1 ของโลกได้สำเร็จ โดยเขาได้ครองตำแหน่งมือวางอันดับหนึ่งของโลกทั้งสิ้น 4 ฤดูกาล

ในช่วงระหว่างปีสองพันเจ็ด นั้นเป็นฤดูกาลที่รอนนี่ประสบความสำเร็จหลายอย่าง แม้ว่าเขาจะเริ่มต้นฤดูกาลโดยการยอมแพ้ผ่าน (withdraw) ในรอบแรกของรายการเซี่ยงไฮ้มาสเตอส์ เนื่องจากว่ามีอาการบาดเจ็บที่หลัง ซึ่งแพทย์ประจำตัวของเขาแนะนำให้รอนนี่ถอนตัวจากรายการนี้เพื่อทำการรักษา แต่ในรายการต่อมาคือรายการกรังปรีซ์ รอนนีก็สามารถเข้าไปได้ถึงรอบชิง

นอกจากนี้เขายังเข้าเบรกได้ดี โอซุลลิแวนยังรวมเซนจูรีเบรกได้ 1047 ครั้งเป็นสถิติที่มากสุดจากผู้เล่นอื่น เขายังมีสถิติในการทำแม็กซิมัมเบรกมากที่สุดในการเล่นอาชีพถึง 15 ครั้ง นอกจากนี้ยังทำแม็กซิมัมเบรกเร็วที่สุดด้วยเวลา 5 นาทีกับ 20 วินาทีในเวิลด์แชมเปียนชิป หนึ่งเก้าเก้าเจ็ด

อ่านเพิ่มเติมคลิก ประวัตินักสนุ้กเกอร์ต่างประเทศ